Cultures

เป็นไอดอลเกาหลีฯต้องทำยังไง? ทำไมพวกเขาถึงไม่รวยเหมือนที่เราคิด?

มันมีเหตุผลมากมายที่คุณเข้ามาอ่านสิ่งนี้ คุณอาจจะอยากเป็นศิลปิน เเอบคิดว่าตัวเองได้เป็นศิลปิน มีน้องชาย มีลูกสาว หรือหลานสาวที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นไอดอลในสักวันเเต่คุณไม่เเน่ใจว่าจะเเนะนำเขาไปยังไงดี

คุณเองอาจจะฝันอยากไปถือป้ายไฟที่มีชื่อของพวกเขาอยู่บนนั้น มันคงจะรู้สึกตื่นเต้นดีไม่น้อย

หรือคุณเป็นคนที่คลั่งไคล้ศิลปินธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง ที่อยากจะรู้ว่าคนที่คุณรักต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เราจึงอยากให้คุณได้เข้าใจชีวิตของพวกเขามากขึ้นกว่าเดิมสักหน่อย เพราะต่อให้คุณไม่ได้ชอบพวกเขาเป็นพิเศษมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดศีลธรรมใดๆที่จะชื่นชม หรือประทับใจในความพยายามของพวกเขาในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่พวกเขาฝัน

เตรียมตัวเพื่อไปคัดตัว

เหมือนการสอบเข้ามหาลัย  ทุกอย่างเริ่มที่การฝึกซ้อม เเข่งขันกับตัวเอง เพราะมีอีกหลายคนที่กำลังฝึกซ้อมอยู่เช่นกัน มันจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าคนๆหนึ่งจะร้องหรือเต้นได้ตามมาตรฐาน บางคนเลือกฝึกด้วยตนเอง บางคนไปฝึกกับสถาบันที่มีหลักสูตรในการเตรียมตัวเพื่อไปออดิชั่นโดยเฉพาะ

บางคนอาจจะโชคดีหน่อยถ้ามีคนดันไปเห็นความสามารถเข้าทางyoutube หรือบังเอิญเจอตามถนนเเล้วเกิดสะดุดตา เเต่ก็ถือว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากๆที่ความบังเอิญนี้จะเกิดขึ้น ถ้าไม่หล่อหรือสวยโดดเด่นจริงๆ หรือเข้ากับคอนเซ็ปต์ที่ค่ายเพลงกำลังทำอยู่

ตารางเรียนที่ใช้ฝึกซ้อมของสถาบันกวดวิชาเพื่อเป็นไอดอลแห่งหนึ่ง ปกติจะจัดขึ้นเป็นช่วงๆ ช่วงละ 2 เดือน [ Image source: http://www.acopia-world.com/kpop-camp ]

ไปคัดตัวกัน

เป็นเรื่องปกติที่จะต้องไปคัดตัวราวๆ 30 ที่จนกว่าจะได้ บางคนไปคัดที่เดียวก็ได้เลยก็มี คุณอาจจะเสียใจในช่วงเเรกๆเเต่คุณจะเเข็งเเกร่งมากขึ้นเรื่อยๆกับการถูกปฏิเสธในครั้งต่อไป มันจะมีทั้งการคัดเลือกเเบบออนไลน์ เเบบประกวดเเข่งขันตามรายการทีวีเกาหลี เเบบที่บริษัทเปิดรับสมัครโดยตรง ถ้าค่ายๆใหญ่เปิดรับสมัครจะมีใบสมัครเข้ามาราวๆ 3 เเสนคนต่อปี จากหลายๆประเทศ

นอกจากนั้นบริษัทใหญ่ยังมีการคัดตัว นักเเสดง นายเเบบนางเเบบ หรือนักเเต่งเพลงด้วย

Boy Story เป็นวงบอยแบนด์ที่มีอายุรวมน้อยที่สุด คนที่เด็กที่สุดอายุ 11 ปี

เซ็นสัญญา 

เอาล่ะเราเห็นความสามารถของคุณ ว่าคุณพอไปได้ เราจะรับคุณเข้ามาเป็นเด็กฝึก บริษัทจะให้คุณเซ็นสัญญา ซึ่งจะเป็นสัญญา 2 -4 ปี ซึ่งถ้าคุณอายุยังน้อยอยู่ก็ต่อสัญญาไปได้เรื่อยๆ ไม่มีการการันตรีใดๆทั้งนั้นว่าจะได้เป็นศิลปินจริงๆ เหมือนการรับเข้ามหาลัยตามปกติ

จะมีการทดสอบอยู่บ่อยๆเเละบริษัทสามารถไล่คุณออกได้ทุกเมื่อถ้าเขาไม่เห็นเเววคุณจริงๆ ขี้เกียจเกินไป หรือทำผิดกฎที่ทางค่ายได้ตั้งเอาไว้มากมาย เช่น ห้ามมีเเฟน ห้ามไปเที่ยวกลางคืน ห้ามพบครอบครัวนอกเหนือจากเวลาที่กำหนด

คุณจะต้องทำกิจกรรมเกือบทุกอย่างร่วมกันกับเด็กฝึกคนอื่นๆ ไม่ว่าจะนอนอยู่ในห้องเดียวกัน หรือไปโรงเรียนด้วยกัน

ซ้อมหนัก

จะมีตารางฝึกซ้อมอย่างหนักในด้านการร้อง เต้น การเเสดง เรียนภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลีในกรณีที่ยังพูดไม่คล่องนัก หรือเรียนเรื่องมารยาททางสังคม เรียนเรื่องการทำอย่างไรให้ดูน่ารักต่อหน้ากล้อง เเต่ละที่จะมีตารางเรียนที่ต่างกัน ทั้งนี้เพื่อหาจุดเด่นของตัวเองให้เหนือกว่าคู่เเข่งคนอื่นๆ เราจึงเห็นในวงๆหนึ่งจะมีคนที่เป็นสายร้องเพลง สายเต้น สายเเร็พ ปะปนกันไป บางคนเป็นเด็กฝึกมาเป็น 10 ปีถึงจะได้เป็นศิลปินจริงๆ บางคนใช้เวลาเดือนเดียวก็มี

ทั้งนี้ต้องรวมการบ้านเสริมเข้าไปด้วย เช่น ออกกำลังกายเพิ่มเติม การควบคุมอาหาร ต้องเช็กน้ำหนัก เช็กรูปร่างหน้าตาอยู่เสมอ ว่าจะต้องดูเเลส่วนไหนเป็นพิเศษหรือต้องทำศัลยกรรมเพิ่มไหม

ดรอปเรียน

เด็กฝึกหลายๆคนเลือกที่จะดรอปจากโรงเรียน การฝึกซ้อมต่อวันใช้เวลาประมาณ 15 ชม. จาก 10 โมงยัน 4 ทุ่ม  บางครั้งต้องฝึกตั้งเเต่ตี 5 ถึง ตี 1 หลายคนจึงเลือกที่จะเรียนเเบบ Homeschool ที่พ่อเเม่เป็นคนสอนเองหรือจ้างครูมาสอนที่บ้านซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นครอบครัวของศิลปินไอดอลจึงค่อนข้างมีฐานะเป็นส่วนใหญ่

ทำใจ!

เหมือนความฝันอื่นๆทั่วไป คุณจะต้องมาเจอกับสภาวะนี้ คุณจะรู้ตัวว่ามีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะได้เป็นศิลปิน  ถึงเเม้คุณจะผ่านการฝึกซ้อมมาโหดขนาดไหน จะมีเพียงไม่กี่คนที่ผ่านเข้าไปเป็นศิลปินได้  เจ้าหน้าที่จะชี้นิ้วเลือกคนที่เข้ากับคอนเซ็ปต์วงที่พวกเขาต้องการจะสร้างขึ้นมา อาจจะเป็นวงที่บริษัทได้วางเเผนเอาไว้ว่าจะสร้าง อีก 3 – 5 ปีข้างหน้าก็ได้ หรือทำการดองศิลปินไว้จนกว่าจะเจอคอนเซ็ปต์วงที่เหมาะสม เเต่โอกาสน้อยนิดนี่เเหละจะเป็นตัวพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่าคุณพร้อมเเค่ไหนในการเป็นศิลปินจริงๆ ที่ความกดดันจากทุกๆด้านจะเข้ามาหาคุณมหาศาลในเเบบที่คุณไม่มีทางที่จะหนีไปไหนได้

เป็นศิลปิน

ดีใจด้วยคุณทำสำเร็จ หลังจากฝึกซ้อมมาอย่างยาวนาน คุณจะได้รับสัญญาฉบับใหม่ ถ้าค่ายใหญ่ๆหน่อยก็จะได้รับสัญญาประมาณ 7 ปี คุณจะได้พบกับการเเข่งขันอีกรูปแบบหนึ่ง ศิลปินจะรู้ว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะอยู่ได้อย่างยืนยาวถ้าไม่ใช่ศิลปินที่มาจากค่ายใหญ่ๆ

โดยค่าเฉลี่ยเเล้วจะมีวงใหม่เปิดตัว ราวๆ 50 วงต่อปี เเต่จะมีเพียง 1 – 2 วงเท่านั้นที่จะดังเลยในปีเเรก บางวงออกเพลงมาไม่กี่เพลงก็ยุบวงอย่างรวดเร็ว

ถ้าคุณอายุยังน้อยอยู่ คุณจะมีโอกาสได้กลับมาเป็นศิลปินอีกครั้งกรณีที่มีการยุบวง หลังจากที่มีการยุบวงคุณจะต้องกลับไปฝึกใหม่ อาจย้ายไปอยู่สังกัดใหม่ เข้าไปทดสอบกับบริษัทอื่น เพื่อหาหนทางที่จะได้เป็นศิลปินอีกครั้งในวงใหม่ จึงมีรายการประเภทที่ให้ศิลปินหน้าเก่าที่อาจจะเคยเปิดตัวมาเเล้วมาลองฝึกใหม่อีกครั้งดู เราจึงได้เห็นไอดอลหลายๆคนเคยเป็นศิลปินมาเเล้วหลายวง

เเต่ละวงจะมีอายุอยู่ที่ 5 – 10 ปี รายได้เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี เเล้วเเต่เสียงตอบรับจริงๆ เเต่ก็มีไม่กี่วงจริงๆที่จะมีรายได้อยู่ที่ค่าเฉลี่ยนี้

ส่วนวงที่ไม่ดังมาก เป็นไปได้ที่พวกเขาจะมีรายได้เพียง 150,000 บาทต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่เป็นอยู่

คุณจะมีโอกาสได้ไปออกรายการวาไรตี้ต่างๆ จุดประสงค์เพื่อให้ผู้ชมจดจำคาเเรคเตอร์ของคุณได้ หลายๆคนได้เเจ้งเกิดจากวาไรตี้แบบนี้เพราะมีบุคคลิกที่น่าสนใจ เฮฮา มีเสน่ห์

ถ้าวงของคุณมีชื่อเสียงขึ้นมา คุณจะได้เรียนรู้ว่าชีวิตส่วนตัวคุณเเทบจะไม่มีเลยเเม้เเต่ตอนนอนก็จะมีกล้องมาถ่ายคุณ รวมถึงภาพหลุดๆที่คุณไม่อยากเห็นตอนที่คุณขึ้นโชว์  เเต่คุณก็จะได้เรียนรู้ถึงพลังที่เเฟนๆส่งมาให้คุณเหมือนกัน

คุณจะได้รู้ว่าช่วงเวลาที่คุณอยู่กับความฝันที่เป็นจริงนั้นมีอยู่จำกัดเเละคุณจะต้องทำมันอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่มีอยู่

ส่วนแบ่งรายได้จากค่ายต่างๆ [ Source : Kbizoom ]

ซุปเปอร์สตาร์

คุณอาจจะได้เซ็นสัญญากับสินค้าหลายๆตัว มีกฎที่ต้องปฏิบัติตามมากขึ้น คุณจะไม่ได้ใช้เงินจนกว่าคุณจะได้รับอนุญาติ บริษัทอาจไม่อนุญาติให้คุณขับรถ คุณจะต้องอยู่ในที่ที่เอเจนซี่จัดให้ คุณจะเติบโตเเละเข้าใจเรื่องการเงินมากขึ้นเรื่อยๆตามอายุที่มากขึ้น คุณจะได้ทราบคร่าวๆว่า ตอนที่คุณฝึกกับต้นสังกัดคุณใช้เงินไปเท่าไร คุณจะยังไม่รู้เงินในบัญชีของคุณจนกว่าจะใช้หนี้หมด?

มันจะต้องใช้เงินมากมายในการในการสร้างศิลปินขึ้นมาวงหนึ่ง ทั้งค่าซ้อม ค่าที่อยู่ ค่าอาหาร ค่าทำอัลบัม ค่าเปิดตัว ค่าโปรโมท ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้บริษัทจะไม่ได้ให้คุณมาเเบบฟรีๆ

วงเกิร์ลกรุ๊ป บอยแบนด์ ที่บริษัทใหญ่ๆคาดหวังว่าจะต้องดังเเน่ๆ จะใช้เงินราว 1.3 ล้านเหรียญ ( 40 ล้านบาท )ต่อคนเพื่อทำให้เขาได้กลายมาเป็นศิลปินที่โด่งดัง ศิลปินส่วนใหญ่ก็ยังคงติดหนี้ก้อนนี้อยู่ ซึ่งปกติเเล้วค่ายใหญ่ๆจะใช้เวลา 2 – 3 ปี หรือ 2 – 3 เพลงฮิตสุดๆ ถึงจะกลบหนี้ก้อนนี้ไปได้ขึ้นอยู่กับเงินลงทุนที่บริษัทได้ตั้งไว้

ศิลปินจะได้รับเเรงกดดันอย่างมากยามที่พวกเขากำลังจะหมดสัญญาเเล้วยังจ่ายหนี้ก้อนนี้ไม่หมด บางคนเป็นโรคซึมเศร้าจนนำไปสู่การคิดสั้น บางคนค้นพบหนทางที่จะได้เงินเร็วๆโดยการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย เเต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไปได้ดีกับงานเเสดง งานพิธีกร งานเดินสายโชว์ในต่างประเทศ งานขายสินค้า หรือโด่งดังยิ่งกว่าตอนที่กลายมาเป็นศิลปินเดี่ยว ถ้าคุณเขียนเพลงเเต่งเพลงได้ยิ่งดี คุณอาจจะมีรายได้ 710,000USD ต่อปีเหมือน G-dragon เฉพาะค่าลิขสิทธิ์เพลงเท่านั้น

เเละตอนที่คุณอายุใกล้เข้า 30 ถ้าคุณเป็นผู้หญิงคุณจะถูกบอกว่าความฝันของคุณใกล้จะมาถึงสุดทางเเล้วให้ลองหาอะไรใหม่ๆทำดู เเต่ถ้าคุณเป็นผู้ชายก็อาจจะโชคดีหน่อยเพราะดาราชายช่วง 30 – 40 ยังเป็นที่นิยมของคนหมู่มากอยู่ คุณจะมีโอกาสมากกว่าผู้หญิง

สิ่งที่แฟนๆพอช่วยได้…คือการอุดหนุนผลงานพวกเขาถ้าคุณชื่นชอบพวกเขาจริงๆ เเละให้กำลังใจพวกเขาต่อไปในตอนที่เขาเป็นศิลปินอยู่ นอกจากทำให้ฝันของพวกเขาเป็นจริง ยังช่วยให้พวกเขา”ได้มีชีวิต” อยู่กับสิ่งที่พวกเขาฝันได้จริงๆด้วย

 

 

Sources: wikipedia.org   www.koreaboo.com   InternetsNathan

ติดตามเพจ: www.facebook.com/WeTheVaporTH

 

 

Advertisements

0 comments on “เป็นไอดอลเกาหลีฯต้องทำยังไง? ทำไมพวกเขาถึงไม่รวยเหมือนที่เราคิด?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: