WeKnow

ประเทศโลกที่ 2 คือที่ไหน?

เราพอจะเข้าใจกันว่าประเทศโลกที่ 1 น่าจะเป็นประเทศในกลุ่มที่พัฒนาเเล้ว พบได้ตามพื้นที่ในเเถบยุโรป ประเทศในกลุ่มนี้จะเป็นประเทศที่ผู้คนมองว่าเป็นเมืองศรีวิลัยมีวัฒนธรรม มีตึกสูงๆ บางคนมองว่าเป็นกลุ่มอารยประเทศที่เป็นเเบบอย่างที่ดีให้ชาติอื่นได้ปฏิบัติตาม

ส่วนประเทศโลกที่ 3 คือประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า ไทยคือหนึ่งในนั้นร่วมกับประเทศในเเถบแอฟริกาใต้เป็นส่วนใหญ่ กลุ่มประเทศเหล่านี้มักจะถูกเย้ยหยันว่าไม่มีการพัฒนา เเละไม่ชอบที่จะพัฒนาด้วยเหตุผลที่ต่างกันออกไปในเเต่ละประเทศเเล้วเเต่จะอ้างออกมา เเต่เหนือสิ่งอื่นใด เราอยากจะรู้ว่า…

อะไรคือประเทศโลกที่ 2 เเล้วมันมีประเทศโลกที่ 4 ไหม? เเล้วใครเป็นคนจัดอันดับเหล่านี้?

คิดว่าใช่เเน่ๆต้องใช่เเน่ๆ

การเเบ่งเเยกกลุ่มประเทศเป็นประเทศโลกที่ 1 2 3 อาจไม่ใช่อย่างที่เคยคิดไว้ เเท้จริงเเล้วมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรวยจน พัฒนาเเล้วยังไม่พัฒนาเเล้วเลย มันเป็นเรื่องของความบังเอิญมากกว่า

เมื่อผู้คนพูดถึงประเทศที่จน พวกเขาจะนึกถึง “ประเทศโลกที่ 3” ผู้คนจะทำเป็นว่า…รู้ว่ากำลังพูดถึงอะไรอยู่ อารมณ์ประมาณว่าถ้าผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านมาเเล้วอยู่ๆก็มีเพื่อนในกลุ่มพูดขึ้นมาว่า “ใช่รึเปล่า?”หรือ “เป็นรึเปล่า?” มันเหมือนเป็นประโยคลอยๆที่จะมีคนบางคนในกลุ่มรู้ว่าพูดถึงอะไรอยู่

เเต่พอมีคนพูดถึงประเทศโลกที่ 1 กับ 2 ผู้คนมักจะมีภาพในหัวที่ไม่ชัดเจนนัก บางคนพยายามโยงถึงการจัดอันดับประเทศที่พัฒนาเเล้วหรือยังไม่พัฒนาตาม World Fact book , G20, IMF, OECD  ซึ่งมันพอจะเกี่ยวกันบ้างส่วนหนึ่งเเต่ก็ยังไม่ใช่ความหมายที่เเท้จริงของมันอยู่ดี เเท้จริงเเล้วมันเป็นเพียงเเค่การแบ่งโซนของประเทศในช่วงสงครามเย็นเท่านั้น (1945–1991) ไม่มีความหมายที่ชัดเจนใดๆทั้งนั้นว่าประเทศโลกที่ 3 จะต้องจน หรือประเทศโลกที่ 1 จะต้องรวย

มันเป็นเพียงเเค่ทฤษฎีคร่าวๆของนักภูมิศาสตร์ที่ผู้คนให้การยอมรับในยุคนั้นอย่าง Alfred Sauvy   ที่ใช้คำว่า “โลกที่สาม” ในบทความของเขาที่ถูกเผยเเพร่ครั้งเเรกในปีในปี 1952 เเละคนก็เอาไปขยายเเละตีความกันต่อเอาเอง

โลกทั้ง 4

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกถูกเเบ่งไปตามระบบความเชื่อ ระบบความคิดที่ใช้ยึดมั่นในการบริหารประเทศ ว่าฝั่งไหนจะเอาระบบประชาธิปไตย ฝั่งไหนจะเอาระบบคอมมิวนิสต์ โดยจำเเนกคร่าวๆดังนี้

ประเทศในกลุ่มที่ 1 คือกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมที่ยึดระบอบประชาธิปไตยโดยได้รับอิทธิพลจากสหรัฐฯ ประกอบด้วยประเทศในเเถบอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ประเทศเเถบยุโรปตะวันตก

ประเทศในกลุ่มที่ 2 คือประเทศที่จะยึดระบอบคอมมิวนิสต์ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสหภาพโซเวียต ประกอบด้วยประเทศในเเถบยุโรปตะวันออก เกาหลีเหนือ จีน

เหตุผลที่ “ประเทศโลกที่ 2” ไม่ค่อยได้ถูกกล่าวถึงนักในปัจจุบันเพราะการสลายตัวของสหภาพโซเวียตทำให้ผู้คนสับสนว่าเเนวคิดเเบบไหนคือ เเนวคิดของประเทศโลกที่ 2 กันเเน่

ประเทศในกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มประเทศที่มีประชากร 3 ใน 4 ของโลกที่ไม่ยึดอุดมการณ์ใดๆอย่างชัดเจน เเต่จะมีระบบรัฐรวมศูนย์เเละระบบความคิดที่โน้มเอียงไปทางคอมมิวนิสต์มากกว่าถึงเเม้จะมีระบบสภาเเบบประชาธิปไตยก็ตาม ไม่เกี่ยวว่ารวยจนเเต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของประเทศที่กำลังพัฒนา(บังเอิญ) ประกอบด้วยประเทศในเเถบอเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ เอเชียกลางจนไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนมาเลเซีย สิงค์โปรก็เคยอยู่ในกลุ่มนี้มาก่อนเช่นกัน

ความหมายของประเทศโลกที่ 3 ในปัจจุบันจะต่างจากเมื่อก่อนอยู่สักเล็กน้อยตรงที่จะมีการนำดัชนีชี้วัดเข้ามาพิจารณาด้วย ไม่ว่าจะเป็นหลักสิทธิมนุษยชน ,เสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็น, เสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร, GNI HDI และจะใช้คำว่า “ประเทศที่กำลังพัฒนา” เเทน

ประเทศในกลุ่มที่ 4 คือกลุ่มชาติพันธ์ุ ชนกลุ่มน้อย กลุ่มชนพื้นเมืองชนเผ่าต่างๆที่เเทรกอยู่ในประเทศอีกทีหนึ่ง เช่น กลุ่มอินเดียนเเดงในสหรัฐฯ กลุ่มอะบอริจินในออสเตรเลีย เเต่ในปัจจุบันจะพูดถึงประเทศที่มีคุณภาพชีวิตต่ำกว่า ประเทศกลุ่มที่ 3 ลงไปอีก [ รายชื่อประเทศโลกที่ 4 ]

 

การแบ่งเเยกประเทศโลกที่ 1 2 3 ในช่วงสงครามเย็น [ Image source : http://www.nationsonline.org ]

ประเทศโลกที่ 3 ไม่ใช่สถานที่เเต่เป็นวิธีคิด

ในส่วนของปัจจัยที่ทำให้ประเทศนั้นถูกจัดอยู่ในประเทศโลกที่ 3 ตามหลักสากลที่อ้างอิงมาจาก Encyclopedia ประเทศเหล่านั้นจะมีเด็กทารกที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เศรษฐกิจภาพรวมไม่ค่อยเติบโต อัตราคนจนสูงขึ้นในเเต่ละปี ไม่ได้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพเเละทั่วถึง มีรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ ยังต้องพึ่งพาประเทศที่ “พัฒนาเเล้ว” อยู่ อัตราการเกิดของประชากรสูงขึ้น มีชนชั้นกลางน้อยเกินไป  มีกลุ่มชนชั้นนำที่ร่ำรวยเพียงน้อยนิดที่ผูกขาดทรัพยากรในประเทศอยู่ เเละเต็มไปด้วยหนี้สินที่มาจากต่างประเทศ

เเต่ถ้าเราลองเอา “ประเทศโลกที่3” มาเป็นบทนิยามของระบบความคิดเเบบหนึ่ง เอาเข้าจริงๆเเล้วเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งเเต่วันนี้เลยโดยเริ่มจากตัวเราเองนี่แหละ นอกเหนือจาก GNI HDI ที่รัฐบาลจะต้องมีส่วนสำคัญทำให้ลำดับของดัชนีเหล่านี้เปลี่ยนไปในทิศทางดีขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร ทุกคนมีปริมาณของสื่อที่สามารถเข้าถึงได้ในจำนวนที่เท่ากัน เเต่เรายังคงเสพสื่อด้านเดียว เสพสื่อที่ถูกตัดทอนมาบางส่วนเเล้วหลงเชื่อไปกับมันรึเปล่า?  หรือประเด็นเรื่อง “หลักสิทธิมนุษยชน” เรายังคงมองว่า LGBT เป็นตัวประหลาดในสังคมอยู่รึเปล่า? เรามองว่าความเหลื่อมล้ำหรือคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องปกติรึเปล่า ? เราตั้งคำถามต่อสิ่งที่เราเชื่อบ้างรึเปล่า หรือปล่อยให้ความเชื่อเป็นสิ่งที่เที่ยงเเท้ เป็นจริงเสมอ เสมือนกับรัฐบาลที่ไร้ฝ่ายค้านอยู่อย่างนั้น?

ถ้าคุณยังตอบว่า “ใช่” ความเป็น “ประเทศโลกที่ 3” จะยังคงมีชีวิตอยู่ในตัวคุณต่อไปอยู่อย่างนั้น เเม้ว่าคุณจะเข้าไปอยู่ในประเทศโลกที่ 1 เเต่ระบบความคิดของประเทศโลกที่ 3 ก็จะติดตามคุณไปทุกที่ไม่ได้หายไปไหน

เพราะฉะนั้นการ “อยู่” ในประเทศโลกที่ 3 อาจจะไม่สำคัญเท่ากับว่า…เรายอมรับที่จะ “เป็น” ประเทศโลกที่ 3 มากน้อยแค่ไหน

 

 

Source : www.nationsonline.org

ติดตามเพจ : www.facebook.com/WeTheVaporTH

 

 

Advertisements

0 comments on “ประเทศโลกที่ 2 คือที่ไหน?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: