History

ทำไมไอซ์แลนด์ ต้องนำเข้าน้ำเเข็ง

ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยน้ำเเข็ง เเต่เเท้ที่จริงเเล้วพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นเต็มไปด้วยป่า

มีอุณหภูมิเฉลี่ยหน้าร้อนอยู่ที่ 11 °C เเละอุณหภูมิสามารถลงต่ำไปได้ถึง −39.7 °C ในหน้าหนาว ซึ่งเเนวคิดในการนำเข้าน้ำเเข็งจากต่างประเทศ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เหลวไหลสิ้นดี เเต่เรื่องจริงก็คือ พวกเขา “จำเป็น” ที่จะต้องนำเข้าน้ำเเข็งเข้ามาจริงๆ เเละมีเหตุผลที่ฟังดูเข้าท่าเลยทีเดียว

การนำเข้า ส่งออกน้ำเเข็ง ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร โดยเฉพาะในยุคที่ไม่มีเครื่องทำน้ำเเข็ง หรือ ตู้เย็น อย่างในศตวรรษก่อน

ฟาร์มน้ำเเข็งที่ New England [ Image source : KEYSTONE VIEW COMPANY ]

ผู้คนส่วนใหญ่ในสมัยก่อนดื่มน้ำ ดื่มเบียร์ อุ่นๆกัน เเต่การเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นในศควรรษที่ 19 นักธุรกิจอย่าง Federic Tudor เริ่มที่จะนำน้ำเเข็งจากพื้นที่ที่มีความเย็นกว่าอย่าง New England มาขายให้กับประเทศที่ร้อนกว่า เช่น คิวบา

ปัญหาเดียวที่เจอ คือ การที่น้ำเเข็งละลายอย่างรวดเร็ว

Federic เข้าใจปัญหานี้ดีเเละเเก้ไขมันด้วย การนำขี้เลื่อยมาทำเป็นฉนวนกันความร้อน อย่างน้อยก็พอจะขนย้ายน้ำเเข็งไปได้ไกลราวๆ 2,575 กม.

หลังจากนั้น Federic ได้ส่งน้ำเเข็งให้ประเทศในเขตร้อน ได้ลองใช้กันเเบบฟรีๆดู รอจนกว่าพวกเขาจะติด หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มทำธุรกิจ เเล้วพวกเขาก็ติดมันจริงๆ Federic ได้ส่งออกน้ำเเข็งอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐี

ในช่วงหน้าหนาว นิวยอร์ค เเละวอชิงตัน นั้นหนาวเย็นยะเยือกเป็นน้ำเเข็ง เเต่พอมาถึงหน้าร้อน พวกเขาต้องการหาอะไรมาดับความร้อน Federic  ก็อยากจะขายน้ำเเข็งในช่วงนั้นเช่นกัน

ตู้เก็บความเย็น [ Image source : commons.wikimedia.org ]

เขาจึงเกิดความคิดที่จะนำน้ำเเข็งมาไว้ในตู้เก็บความเย็นขนาดใหญ่ เพื่อขายเฉพาะในหน้าร้อน เเล้วมันก็ได้ผล ผู้คนติดการใช้น้ำเเข็งเป็นอย่างมาก  Federic  เลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาเเล้วที่เขาจะส่งออกน้ำเเข็งไปทวีปอื่นๆดู

เขาเข้าไปตั้งตู้เก็บความเย็นขนาดใหญ่ที่อินเดีย เเละมันก็เป็นที่นิยมอย่างมากของชาวอังกฤษที่เข้าไปล่าอาณานิคมในสมัยนั้น

จากนั้นเขาได้ส่งออกน้ำเเข็งจาก New England ไป ลอนดอน,  ริโอฯ, เคปทาวน์, ฮ่องกง, ออสเตรเลีย จนธุรกิจขนส่งน้ำเเข็งข้ามทวีปนี้สิ้นสุดลง ในยุคที่ตู้เย็นได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเเละมีราคาถูกลงมากๆ

ไอซ์แลนด์ไม่ใช่ประเทศที่เต็มไปด้วยคนยุคหินที่ล้าสมัย ไร้การศึกษา พวกเขาถูกจัดอยู่ในประเทศที่พัฒนาเเล้ว เเละคนในประเทศก็มีรายได้ดี การศึกษาดี การนำเข้าน้ำเเข็งจึงเป็นเรื่องของ “สภาพคล้องทางเศรษฐกิจ” ล้วนๆ?

ไอซ์เเลนด์ หรือประเทศในเขตหนาวจัดอย่าง นอร์เวย์,ฟินเเลนด์ ล้วนขึ้นชื่อว่า เป็นประเทศที่มีข้าวของราคาเเพงมากๆ  ประเทศไอซ์เเลนด์นำเข้าสินค้าหลายๆอย่างเช่น น้ำมัน, ต้นไม้, อาหาร, เนื้อสัตว์ เพราะพวกเขามีข้อจำกัดหลายๆด้านในการผลิตสินค้าเเละการขนย้าย  เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์,ภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยนัก

การขนส่งสินค้าทางเรือค่อนข้างมีราคาถูกในไอซ์เเลนด์ เพราะเศรษฐกิจในประเทศจะต้องพึ่งพาการส่งออก-นำเข้าสินค้าตลอดเวลา

พวกเขาเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกอลูมีเนียม  มากที่สุดในโลก ซึ่งคิดเป็น 41.2% ของรายได้ในการส่งออกทั้งหมด พวกเขาต้องอาศัยเรือในการขนส่งสินค้า เข้าออกอยู่ตลอดเวลา นั้นก็หมายถึงจะต้องมีเรือขนส่งสินค้าจากประเทศอื่นๆเข้ามาเทียบท่า รอรับอลูมีเนียม กลับไปประเทศของตัวเอง

เเละมันก็ไม่ได้เเพงมาก ที่จะนำสินค้าอย่างอื่นใส่ๆเข้ามาในเรือ

ผู้คนในไอซ์เเลนด์ มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 57,000 USD ต่อปี ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก นั้นก็เเปลว่า ไม่ว่าผู้คนในนั้นจะทำอะไรก็ตาม มันจะต้องใช้ค่าเเรง, ค่าขนส่ง, ค่าก่อสร้าง, ภาษี เยอะกว่าคนทั่วๆไปบนโลก

พวกเขาจึงเลือกที่จะนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีค่าเเรงไม่เเพงมาก ค่าขนส่งไม่ได้เเพงมาก เเละใกล้ที่สุดอย่างสกอตแลนด์ ซึ่งพอคำนวนค่าใช้จ่ายเเล้วพบว่า การนำเข้าน้ำเเข็งเข้ามาจากสกอตแลนด์ จะช่วยทำให้พวกเขาประหยัดไปได้ถึง 40% เลยทีเดียว เมื่อเทียบกับการผลิตเองในประเทศ

 

 

Source:

Half as Interesting

ติดตามเพจ:

www.facebook.com/WeTheVaporTH

 

Advertisements

0 comments on “ทำไมไอซ์แลนด์ ต้องนำเข้าน้ำเเข็ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: