WeKnow

จะต้องใช้เวลานานเท่าไร…ถึงจะเก่งอะไรสักอย่าง

เราอาจจะเคยเห็นมาบ้างกับหนังสือชี้ช่องรวย หรือหนังสือที่ชอบอวดสรรพคุณ ที่จะทำให้คุณเก่งได้เร็วภายใน 1 เดือน  หรือเเม้เเต่ภายใน 1 วัน

ในชีวิตจริง ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายขนาดนั้น นอกเสียจากคุณเกิดมาโชคดีจริงๆ 

เเละถ้าใครสักคน โชว์แผนภูมิ รูปพีระมิดบางอย่างเเก่คุณ เเล้วบอกว่ามันจะทำให้คุณร่ำรวยอย่างรวดเร็ว ให้คุณหยุดคิดสักครู่เเล้วนึกถึงเรื่องราวต่อไปนี้…

มีเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ “อย่างเเน่นอน”ในสิ่งที่ทำ คือคุณต้อง “เก่ง” เเละมันจะมาจากกระบวนการนี้

1. คุณต้องได้เรียน ได้อ่าน ได้ฟัง จากผู้ที่เก่งกว่าคุณ เเต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องลงมือทำ

2. ให้ลองทำมันไปเรื่อยๆ คุณจะเริ่มเข้าใจมัน เเละรู้ว่าคุณห่วยเเค่ไหน มันจะใช้เวลาเป็นเดือน ก่อนที่คุณจะเริ่มปรับตัว

3. ทำมันไปเรื่อยๆ เป็นปีๆ คุณจะเริ่มรู้สึกว่าคุณดีขึ้น อย่าตื่นตระหนกเวลาที่คุณทำผิดพลาด เเละเมื่อคุณได้เรียนรูที่จะเเก้ไขมัน มันจะทำให้คุณ กลายเป็นคนที่ “เชี่ยวชาญ” กับสิ่งนั้น

มันจะใช้เวลาประมาณ 6 – 10 ปี ที่เราจะเชี่ยวชาญในการจะทำอะไรสักอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เวลาไปกับมันมากน้อยเเค่ไหนในการฝึกฝน เเละไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนไหนที่อดตายอย่างเเน่นอน จากทักษะที่ตัวเองมี ซึ่งเมื่อคุณรู้เวลาที่เเน่ชัดเเบบนี้ มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณเลือกที่จะทำในสิ่งที่คุณรักจริงๆ?

มีการประมาณการไว้ที่ 10,000 ชม. ที่เราจะชำนาญในการทำอะไรสักอย่าง สำหรับคนธรรมดาหนึ่งคน ไม่รวมคนที่เป็นอัจฉริยะ เหมือนอย่างไอสไตน์ หรือนักเเต่งเพลงอันเลื่องชื่อที่เล่นดนตรีได้ตั้งเเต่ 2 ขวบ

เเม้เเต่ ไอสไตน์,เลโอนาร์โด ดา วินชี , เชคสเปียร์ ยังใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อพัฒนางานตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ไม่มีใครที่จะเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตัวเองทำภายใน 6 ปี นักออกเเบบ , โปรเเกรมเมอร์ , นักวาด ,ช่างทาสี ,สถาปนิก, ครู ฯลฯ คุณอาจจะนึกขึ้นมาได้สักหนึ่งชื่อ เเต่รับรองว่าพวกเขายังคงพัฒนางานของตัวเองอยู่เสมอ

มันต้องอาศัยความต้องการที่จะ “ทำให้ได้” เป็นตัวขับเคลื่อนคุณให้ไปข้างหน้า เเละการลงมือทำซ้ำเเล้วซ้ำเล่า

งานวิจัยที่ชื่อว่า กฎ 10,000 ชม.  โดย Dr. K. Anders Ericsson , Florida State University เเละงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอีกหลายๆชิ้น เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันว่า มันจะใช้เวลาราวๆ 10 ปี หรือ 10,000 ชม. ที่เราจะเชี่ยวชาญในสิ่งที่เราทำที่สุด วัดได้จากการจัดอันดับที่ได้มาตรฐาน เช่น นักเทนนิสอาชีพ  นักเปียโน  ซึ่งยิ่งฝึกฝน ยิ่งเก่ง เหนือกว่าคนที่ใช้เวลาฝึกฝนน้อยกว่า เเละมันไม่มีทางลัดใดๆ

กฎ 10,000 ชม.  อาจจะเป็นเเนวคิดอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้คุณเริ่มนับ 1  ที่จะลงมือทำในสิ่งที่คุณต้องการ

ถ้าคุณเชื่อว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้ช้ามากๆ กว่าที่คุณจะประสบความสำเร็จ มันจะทำให้คุณท้อจนไม่กล้าที่จะเริ่มทำมันเเต่เเรก ตัวเลขนี้มันอาจทำให้คุณมีเป้าหมาย หรืออาจทำให้คุณท้อใจก็ได้ เเต่อย่างน้อย มันก็ได้บอกว่าเส้นทางที่เรากำลังจะไปนั้นสิ้นสุดลงเมื่อไร

ประเด็นก็คือ การลงมือปฏิบัติ บวกกับระยะเวลาที่พอเหมาะจะทำให้งานของคุณดีขึ้นเรื่อยๆ  เเละถ้าคุณชอบในสิ่งที่คุณทำจริงๆ มันจะทำให้คุณไปถึง ชม.ที่ 10,000 ได้เองโดยที่คุณไม่รู้ตัว

สำคัญที่สุดคือ การได้รู้ว่าเราสนใจอะไร ชอบที่จะทำอะไรจริงๆ เเละถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เราสนใจจริงๆเราจะรู้สึกได้ว่า…เราสามารถเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติ ดังนั้นให้ตามความรู้สึกนี้ไป การพยายามบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่ได้สนใจมัน ยิ่งต้องใช้เวลานานกว่าที่มันควรจะเป็น

ถ้าคุณอยากเรียนรู้ทักษะใหม่ คุณอาจจะลองจัดตารางดูก่อน ก่อนที่จะลงมือทำจริงๆ เช่น คุณตั้งเป้าหมายว่าจะใช้เวลาฝึกฝนกับสิ่งนั้น 1 ชม. ทุกๆวันเป็นเวลา 1 เดือน ถ้าคุณรู้สึกว่าทำไม่ได้ ให้ลองหันไปหาทักษะอย่างอื่นทำเเทน

ข้อเเนะนำถ้าคุณอยากที่จะชำนาญในทักษะบางอย่าง

1.เลือกสิ่งที่คุณคิดว่าคุณทำได้ ถ้าคุณมีทักษะนี้เเล้วคุณจะทำอะไรได้ ถ้าภาพในหัวของคุณชัดเจน ว่าคุณอยากจะ “เป็น” อะไร มันจะยิ่งง่ายขึ้นในการปฏิบัติ เเละมีความเป็นไปได้สูงว่าคุณจะทำสำเร็จ

2.แต่ละทักษะสามารถเเบ่งหมวดหมู่ของมันได้ พยายามจัดสัดส่วนให้มันเป็นส่วนย่อยๆ เล็กๆ ให้มันง่ายต่อการปฏิบัติ อย่างน้อยก็ทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้น เเละง่ายต่อการจัดการ

3.หลังจากจัดหมวดหมู่เล็กๆเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสร็จเเล้ว ให้เลือกทำชิ้นที่ใหญ่ก่อนเป็นอันดับเเรก ถ้าคุณอยากเป็นนักฟุตบอลที่เก่ง คุณต้องลงไปเล่นดูก่อน ให้เข้าใจว่าคุณยังขาดทักษะย่อยๆเเบบไหน ถ้าคุณอยากเก่งภาษาอังกฤษให้คุณเข้าไปคุยกับเจ้าของภาษา หรือฟังข่าว เสร็จเเล้วประเมินตัวเองว่ายังขาดทักษะอะไรอยู่ คำไหนที่พอรู้ หรือไม่รู้บ้าง

ทุกครั้งที่คุณได้เริ่มทักษะใหม่ๆ คุณจะเริ่มต้นได้ห่วยสุดๆ เเต่หลังจากนั้นคุณจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคิดเป็นส่วนใหญ่ของทักษะที่คุณจะต้องเรียนรู้ทั้งหมด เเต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง เป็นจุดที่ทำให้คนส่วนใหญ่ท้อ จนต้องเลิกล้มไป เป็นจุดที่คุณจะเห็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ เเละยากที่จะผ่านพ้นมันไปได้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “power law of practice ”  ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในทุกๆทักษะ

อย่าพึ่งหมดกำลังใจถ้าคุณกำลังเริ่มที่จะทำอะไรสักอย่าง พยายามสนุกไปกับมัน เเล้วจดจำความรู้สึกนี้ว่ามันสนุกยังไง ถ้าคุณรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำมัน คุณจะได้เรียนรู้ที่จะรักมัน เเละนั้นคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ถ้าคุณค้นพบว่าคุณรักที่จะทำอะไร คุณอยากที่จะทำมันตลอดเวลา

เเละมันจะทำให้คุณรู้สึกว่า 10,000 ชม. อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำในการอยู่กับสิ่งที่คุณรัก

 

Sources :

www.forbes.com

www.businessinsider.com

www.bbc.com

ติดตามเพจ:

www.facebook.com/WeTheVaporTH

 

Advertisements

0 comments on “จะต้องใช้เวลานานเท่าไร…ถึงจะเก่งอะไรสักอย่าง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: