WeKnow

ทำไมเราถึง “เสพติด”

ไม่ว่าคุณจะเป็นติ่งเกาหลี , เป็นเหล่าโอตะBNK , หยุดวิ่งมาราธอนไม่ได้ , ติดบุหรี่ , ขี้เกม , ติดซื้อของSale , ติดกระเป๋าแบรนด์เนม

เรามักหาเหตุผลให้กับอาการ “ชื่นชอบ” ของเราเสมอ เเต่ถ้าลองมองไปทางวิทยาศาสตร์ดู…อาการเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากอะไรกันเเน่ เเล้วมันเรียกว่าการ “เสพติด” ได้ไหม?

นานมาเเล้วการเสพติดหมายถึง การที่เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เช่น การติดแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาเสพติด เเต่ไม่นานมานี้การเสพติดได้มีเเง่มุมที่ต่างไปจากเดิม ขอบเขตของมันกว้างขึ้น เช่น การติดการพนัน ,ติดการออกกำลังกาย ,ติดการกินจุกจิก ฯลฯ

หัวใจสำคัญคือ การที่คนๆนั้นได้พบ “จุดสุดยอด” หรือ “ช่วงเวลาเเห่งความสุข” จากกิจกรรมนั้นๆ จนทำให้เกิดการ “ผูกมัด”พฤติกรรมตัวเองเข้าไปอยู่กับกิจกรรมดังกล่าว เสมือนว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้

จนท้ายที่สุดพฤติกรรมดังกล่าวได้สร้างปัญหาให้กับตนเอง รวมไปถึงคนรอบข้างจนยากที่จะเเก้ไข

อะไรที่ทำให้เราติด

อาการเสพติดในเเบบ Maladaptive behaviors เกิดขึ้นจาก การพยายามที่จะปรับพฤติกรรมให้สามารถต่อสู้กับสิ่งที่ตัวเองกลัว หรือไม่อยากที่จะเผชิญหน้าเเบบตรงๆ พวกเขาเชื่อว่าวิธีการนี้จะช่วยทำให้จัดการกับปัญหาได้ดีขึ้น

เช่น การกินเหล้า พวกเขาเชื่อว่าเหล้าช่วยลืมความเศร้าได้ หรือการสูบบุหรี่ พวกเขาเชื่อว่าบุหรี่จะทำให้สมองโลดเเล่น คล้ายๆกับคนที่พกปืนไว้ตลอดเวลา เพราะระเเวงว่าตนเองจะได้รับอันตราย พวกเขาคิดว่าปืนจะช่วยเเก้ปัญหาได้ เเต่เอาเข้าจริง การมีปืนมีเเนวโน้มจะเป็นตัวลด “สติปัญญา” ลงซะมากกว่า อย่างที่เราเห็นบางคนที่อยู่ๆก็ชอบยิงปืนขึ้นฟ้า  หรือ บางคนที่ขาดสติในการควบคุมอารมณ์จนพลั้งตัว ยิงคนอื่นไปเเบบไม่ได้ตั้งใจ

เช่นเดียวกับคนติดการพนัน พวกเขาคิดอยู่เสมอว่า พวกเขาจะได้เงิน เเต่เอาเข้าจริงๆพวกเขาเสียเงินไปมากกว่าที่ได้มาเป็นส่วนใหญ่

คนติดเหล้าชื่นชอบในการสร้างบรรยากาศ พวกเขาจะเฮฮา เเล้วดูสนุกสนาน เเต่เมื่อใดที่เขาว่างเว้นจากการดื่ม นั้นเป็นช่วงเวลาที่อาการซึมเศร้าจะเข้าจู่โจมพวกเขาเเบบหนักหน่วง

คนติด sex พวกเขาอยากที่จะมี sex ตลอดเวลา จนทำให้พวกเขาไม่ได้สนใจว่าทุกๆความสัมพันธ์ของคน 2 คน เกิดจากความรู้สึกที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นมาทีละนิด

เมื่อใดที่พวกเขาเกิดอาการติดพวกเขาจะถูกดึงดูดให้ทำพฤติกรรมเหล่านั้นซ้ำเเล้วซ้ำเล่า ไม่ว่ามันจะสร้างปัญหากับตนเองหรือคนอื่นไปมากน้อยเเค่ไหน พวกเขาจะไม่สนมันอีกต่อไป

เพราะฉะนั้นถ้าคุณรู้สึกอยากทำอะไรมากๆเเบบขาดไม่ได้ เช่น การไปนั่งร้านกาแฟใน ช่วงเสาร์-อาทิตย์ เเบบนั้นไม่ได้หมายถึงการเสพติด ถึงเเม้คุณจะนึกเสียดายในภายหลัง ว่าเงินที่คุณใช้ไปกับค่ากาแฟ สามารถเอาไปจ่ายค่าไฟได้ก็ตาม คุณรู้สึกว่ามันสร้างปัญหาได้เหมือนกัน เเต่การเสพติดในทางจิตวิทยานั้น จะพิจารณาจากความถี่ของการกระทำเป็นสำคัญ

ถ้าคุณรู้สึกว่า ห่างจากคนรักไม่ได้ ประเภท โทรเช็ค โทรจิก ทุกๆ ชม. คุณอาจกำลัง “เสพติด” ความหึงหวงอยู่

เอาอยู่

คนส่วนใหญ่ที่มีอาการเสพติดมักไม่คิดว่าตัวเองเสพติดอยู่ พวกเขาจะรู้สึกว่า พวกเขาดูเเลชีวิตตัวเองได้เป็นอย่างดี

คล้ายๆกับคนเมาที่ยังบอกกับตัวเองว่ายังไหวนั้นแหละ

คล้ายๆกับการเสพติด “การเพิกเฉย” ต่อคนรัก ที่รู้ตัวอีกทีก็สายไปเเล้ว

พวกเขายังไม่รู้ตัว จนอายุได้ล่วงเลยไป จนติดเป็นนิสัย เช่น การเป็นคนบ้างาน หรือเป็นคนที่ไม่ชอบเเดดเเยงตาในตอนเช้า ชีวิตของพวกเขาผูกติดกับเเนวคิดนี้จนไม่ทันสังเกตว่ามันส่งอิทธิพลกับพวกเขาในชีวิตมากเเค่ไหน

ถ้าคุณรู้สึกว่า…มีอะไรบางอย่างมารบกวนคุณในตอนเช้า เเล้วมันสามารถส่งผลกระทบทางด้านอารมณ์ของคุณตลอดทั้งวัน นั้นหมายถึงคุณอาจจะกำลังเสพติดเเนวความคิดบางอย่างอยู่

“อาการเเบบนี้จะทำให้พวกเขาเลือก…ที่จะโทษคนอื่นเเทน”

โทษสังคม, โทษรัฐบาล ฯลฯ พวกเขาจะมองตนเองเป็นเสรีชนในการทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ คิดอะไรก็ได้ที่อยากจะคิด เช่นการพ้นสีตามกำเเพงบ้านคนอื่น โดยไม่ได้ขออนุญาติเจ้าของบ้าน เเล้วอ้างถึงเเง่งามด้านศิลปะ เเละเเนวคิดอันเสรี, ขายของกีดกันทางเดิน โดยอ้างว่าเป็นอาชีพสุจริต เป็นต้น

เเท้จริงเเล้วมันส่งผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ พวกเขาไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่าเสรีเลย พวกเขาจะขังตัวเองไว้กับกรอบความคิดเดิมๆ จนหลงลืมเสรีภาพที่ตัวเองควรจะได้รับ ในเเบบที่ไม่เดือดร้อนตนเองเเละคนอื่น

พวกเขาจะเลิกเสพติดเเนวความคิดเเบบนี้ ต่อเมื่อพวกเขาได้รู้ว่า เวลาได้ล่วงเลยไปเเล้ว เเละที่ผ่านมาพวกเขาใช้เวลาไปกับการ “เสพติด ” มากกว่าการได้รับ “ความสุข” จากสิ่งที่เขาทำ

ไม่เห็นจะมีใครเดือดร้อน

การเสพติดมักจะส่งผลเสียให้กับตนเองเเละคนอื่นรอบตัว

แต่ปัญหาใหญ่ก็คือพวกเขาจะไม่รู้ตัวว่าพวกเขาได้ทำร้ายใครรึเปล่า หรือเเม้เเต่ทำร้ายตัวเอง พวกเขามักจะเพิกเฉยผลกระทบด้านลบจากอาการเสพติดของตัวเอง ไม่สนเลยว่ามันได้บั่นทอนสุขภาพตัวเองไปมากเเค่ไหน หรือส่งผลกระทบอย่างไรต่อการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในสังคม กับเพื่อน กับครอบครัว กับแฟน ท้ายที่สุดพวกเขาจะโทษอย่างอื่นนอกจากตัวเอง

บางคนรู้ว่ามันจะทำให้ติด เเต่ก็ยังทำมันต่อไป ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะหาความสุขจากสิ่งอื่นได้อย่างไร เช่นคนที่ชอบทำร้ายเด็ก ติดเหล้า ฯลฯ

อาการเเบบนี้มีเเนวโน้มว่าจะหายไป เมื่อตอนที่เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่เกิดขึ้น นอกเหนือจากการเสียเวลาเเล้ว พวกเขายังอาจสูญเสียคนที่เป็นที่รัก , ถูกไล่ออกจากงาน , เจอกับการป่วยหนักจนต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนไป , หมดตัว ซึ่งเราไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น

ถ้าคุณกำลังคิดว่าคุณกำลังเสพติดอยู่

เเท้จริงเเล้วปัญหาของคนที่เสพติดอะไรบางอย่าง พวกเขามักจะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังเสพติดอยู่ เเละถ้าคุณสงสัยว่าตัวเองอาจกำลังเสพติดอยู่ นั่นถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เป็นเหมือนช่วงเวลาที่สำคัญที่คุณจะลองทบทวนตัวเองมากขึ้น ว่าคุณใช้เวลาไปกับสิ่งนั้นมากจนเกินไปรึเปล่า

สื่อต่างๆมักสร้างภาพการเสพติดในรูปแบบของ “ความสิ้นหวัง” คนที่เศร้า ครอบครัวเเตกเเยกทำนองนั้น

บางคนไม่อยากเลิกที่จะเสพติด เพราะการเสพติดบางอย่างก็สามารถส่งผลดีกับชีวิตได้เช่นกัน เช่น เสพติดการทำงาน, เสพติดการอ่านหนังสือ , เสพติดการออกกำลังกาย ฯลฯ

สิ่งที่คนเหล่านี้สามารถทำได้คือ การเเบ่งเวลาเพื่อลดผลประทบต่อคนรอบข้าง  คุณสามารถมีชีวิตอยู่กับการเสพติดในชีวิตของคุณได้ เเต่มันจะต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน รวมทั้งตัวคุณเอง

พยายามให้ความสำคัญต่อสิ่งอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หน้าที่การงาน มันอาจทำให้คุณลดการใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่คุณกำลังติดอยู่ลงมาบ้าง

เเต่ถ้าคุณรู้ตัวว่ากำลังติดสารเสพติดบางตัว การให้ยาทางการเเพทย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด จะเป็นทางเดียวที่จะรักษาอาการเสพติดแบบนี้ได้

 

 

Source :

www.verywellmind.com

ติดตามเพจ:

www.facebook.com/WeTheVaporTH

Advertisements

0 comments on “ทำไมเราถึง “เสพติด”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: