Recommended WeKnow

ความคิดในเเบบเสรีนิยม Vs อนุรักษนิยม

นักวิทยาศาสตร์รู้กันดีว่า การที่จะเปลี่ยนคนที่มีความคิดเสรีนิยม ( liberal )ให้กลายเป็นคนที่มีความคิดอนุรักษนิยม ( conservative ) ได้ คือการทำให้พวกเขา “กลัว” โดยการข่มขู่พวกเขา

นี่เป็นงานทดลองที่พบในห้องแล็บ ที่ได้ถูกกล่าวไว้ในหนังสือ   Before You Know It: The Unconscious Reasons We Do What We Do เเละมันง่ายกว่าการเปลี่ยนความคิดของคนที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมให้กลายเป็นแนวคิดแบบเสรีนิยม

มันจึงทำให้คนบางกลุ่ม ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ เพื่อทำให้ผู้คนเกิดความหวาดกลัวขึ้น หรือถ้าหากมันเกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันก็ส่งผลกระทบบางอย่างต่อความคิดของผู้คนอยู่ดี?

มีงานศึกษาหลายๆตัวเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่นงานวิจัยที่เกี่ยวกับ เหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11  ที่เเสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนเเรงต่อเเนวคิดของเสรีนิยม ที่ถูกเปลี่ยน ให้กลายเป็นคนที่มีเเนวคิดเเบบอนุรักษนิยม ซึ่งทำให้  George W. Bush ชนะการเลือกตั้งในเวลาต่อมา  ทั้งยังเห็นด้วยกับการเพิ่มงบอย่างมหาศาลให้กับกองทัพ

พวกเขาละเลยกระบวนการตรวจสอบ เช่น ส่งทหารไปนานเเค่ไหน หลังจากนั้นทำอะไร งบมาจากส่วนไหนบ้าง พวกเขาจะหยุดตั้งคำถามใดๆ

มันทำให้พวกเขาไร้ความกังวล หรือได้รับความกดดัน พวกเขาจะมองว่าการการเคลื่อนไหวของเเนวคิดเสรีนิยมคือการข่มขู่ ซึ่งจะทำให้พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัย

เเละความรุนเเรงที่เกิดขึ้นจากฝ่ายอนุรักษนิยม จะมีจุดเริ่มต้นมาจากเเนวคิด “การป้องกันตัว” ป้องกันความเชื่อของตนเอง จนมองว่า…การทำร้ายคนอื่นๆเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

เเต่คนเหล่านี้ มีเเนวโน้มที่จะเป็นฝ่ายคอยช่วยเหลือ ในกิจกรรมทางสังคมมากกว่าคนที่เป็นเสรีนิยม เช่น การเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน ที่ประสบอุทกภัย เพราะพวกเขาเชื่อว่า… มันจะเป็นการสร้าง “ความปลอดภัย” ให้คนอื่นเช่นกัน  

ผู้เชี่ยญชาญที่ศึกษาด้านการเมือง มองว่า ไม่ใช่เพียงเเค่พวกเขามองในมุมที่ต่างกัน เเต่พวกเขาต่างกันเเบบสุดขั้ว ทั้งด้านพฤติกรรม เเละการตอบสนองของจิตใต้สำนึก

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะมีการเลือกข้างตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงเเต่เรื่องการเมือง เเต่จะรวมไปถึง เลือกเเฟน เลือกอาหารที่ชอบที่สุด เลือกหนังที่จะดู เลือกเพลงโปรด  

จากการศึกษาพบว่า อนุรักษนิยมจะมีความตื่นตัวมากกว่าต่อสิ่งเร้า จะมีห้องที่สะอาดกว่า  จัดการเวลาได้ดีกว่า  ส่วนเเนวคิดเสรีนิยม จะอ่านหนังสือมากกว่า ท่องเที่ยวมากกว่า พวกเขาจะมองถึงอนาคตเเละโอเคกับความไม่เเน่นอนที่จะเกิดขึ้นมากกว่า

เพราะฉะนั้น เป็นไปได้ว่า เเนวความคิดเเบบอนุรักษนิยมจะเปลี่ยนไปในทางเสรีนิยมมากขึ้น ต่อเมื่อพวกเขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น มีความรู้เพิ่มขึ้น เห็นโลกมากขึ้น

ความเเตกต่างนี้เป็นเรื่องปกติ เเต่ทำยังไงให้ทั้ง 2 หันหน้าเข้ามาคุยกันละ?

เริ่มจากอะไรที่เหมือนกัน

ในการศึกษาปี 2010  Irina Feygina นักจิตวิทยาสังคม พบสิ่งๆหนึ่งที่เหมือนกันของทั้ง 2 ฝ่ายคือ การสนใจถึงปัญหาโลกร้อน

เป็นเรื่องที่ ความปลอดภัย เเละ การใส่ใจถึงความเป็นอยู่ในอนาคต มาบรรจบกัน อีกทั้งยังพูดถึงเรื่องการเมือง น้อยที่สุด

ผู้คนจะตื่นกลัว ที่ชีวิตของตัวเองจะเปลี่ยนไป “ในอนาคต” ไม่ใช่การที่กลุ่มของพวกเขาโดนข่มขู่ฝ่ายเดียวจากธรรมชาติ เเต่หมายถึง…สิ่งมีชีวิตทุกอย่าง รวมทั้งลูกหลานของพวกเขาด้วย 

การเอา “ความปลอดภัย” ของคนทั้งประเทศเป็นที่ตั้ง จึงเป็นส่วนเชื่อมโยง 2 เเนวคิดเข้าไว้ด้วยกัน   

ปลอดภัยจากความไม่เเน่นอนทางด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ อุทกภัย ก่อการร้าย ฯลฯ

จินตนาการถึงสวนสาธารณะเเห่งหนึ่ง

คนที่มีเเนวคิดอนุรักษนิยม จะมีเเนวโน้มในการนับถือศาสนามากกว่า พวกเขาจะมีไอเดียของความ “ รักษ์โลก ” อยู่ในหัว พวกเขาจะเเคร์ธรรมชาติ เพราะศาสนามักจะเชื่อมโยงธรรมชาติเอาไว้ด้วยเสมอ เช่นเเนวคิด “พระเจ้าสร้างโลก” สวนเสรีนิยมจะมีเเนวคิด “ รักษ์โลก ” เพราะพวกเขามองถึงอนาคตที่ดีกว่าในการรักษาสิ่งเเวดล้อม

ที่ที่คนทุกชนชั้นเข้ามาใช้งานร่วมกัน  [ Image Source : Time Out contributors, edited by Jenna Scherer ]

การนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้ เพื่อทำให้พื้นที่สีเขียวนั้นคงอยู่หรือเพิ่มขึ้น หรือการผสมผสานของเเนวคิดสมัยใหม่ กับเเนวคิดของคนรุ่นเก่าเข้าไว้ด้วยกัน จะเป็นการเชื่อมโยงเเนวความคิดทั้ง 2 ฝ่ายเป็นอย่างดี พวกเขาจะมองว่า เราต่างก็อยากให้โลกนี้ดีขึ้น 

บางที่ใช้ปฏิมากรรม หรือ งานศิลปะ เข้ามา เพื่อดึงดูดทั้ง 2 ฝ่ายให้เข้ามาชื่นชม 

ทั้งหมดเป็นจุดประสงค์ให้คนที่มีความคิดที่ต่างกัน ปรับตัวเข้าหากันอย่างเป็น “ธรรมชาติ” ไม่ใช่เพียงเเค่ความสวยงาม หรือถูกใช้ เพื่อเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 

พยายามเอาเพลงเพื่อชีวิต เพลงปลุกอารมณ์ ทิ้งเอาไว้ก่อน เพราะการปรองดองไม่ต้องการความฮึกเหิม เร้าอารมณ์ หรือเรื่องดราม่าอะไร ที่โยนใส่กันไปมา

“ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการสภาวะที่ผ่อนคลายที่สุด ในการปรับตัวเข้าหากัน “

สังเกตการประท้วงทุกครั้งที่เกิดขึ้น มักจะมีรูปแบบที่คล้ายๆกัน เเละจุดจบที่คล้ายกันเเบบเดิมๆ

พวกเขาจะเเยกจุดชุมนุมที่ห่างกันเกินไป มีเพลงฮึกเหิมปลุกใจ ทิ้งขยะเรี่ยราด ทำลายทรัพยสินสาธารณะ ซึ่งไม่มีอะไรที่เป็นจุด ที่ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเลย

พึงตระหนักได้เลยว่า…นี่ไม่ใช่ภารกิจที่ทำเพื่อชาติเเต่อย่างใดๆ เพราะการ “หาวิธี” เดินหน้าเข้ามาคุยกันของทั้ง 2 ฝ่ายคือปัจจัยหลักในการปรองดอง

ความเหมือนที่แตกต่าง

ทั้ง 2 ฝ่ายต่างชื่นชอบความเท่าเทียมกัน ฝ่ายเสรีนิยมมองถึงความ “เท่ากัน” ทุกภาคส่วน เเต่ฝ่ายอนุรักษนิยมมองว่า การเเบ่งสัดส่วนที่ต่างๆกันไปตามศักยภาพ ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย เป็นสิ่งที่จำเป็น

พวกเขาเชื่อในระบบ มองว่าระบบศักดินา จะทำให้เกิดเสถียรภาพมากกว่า เเละจะเป็นระบบที่จะสร้างความเรียบร้อยให้เเก่สังคม 

มีการศึกษาที่น่าสนใจในปี 2009 จุดประสงค์เพื่อต้องการเข้าใจเเนวคิด ที่ต่างกันของทั้ง 2 ฝ่าย ในจำนวนผู้เข้าทดสอบกว่า 8,000 คน

พวกเขาจะต้องเลือก เช่น เตะหมาที่หัวของมัน , ทำลายหีบเลือกตั้ง เพื่อให้คนที่คุณเลือกชนะ , พนันให้ทีมที่คุณรักเเพ้ , ด่าหยาบคายต่อหน้าพ่อเเม่ , รับเลือดบริจาคจากคนที่กระทำชำเราเด็ก เพื่อเเลกกับเงิน  $10? $1,000? $100,000? ตามความพอใจ

คนที่มีเเนวคิดเสรีนิยม จะลังเลที่จะทำร้ายสิ่งมีชีวิต หรือทำในสิ่งที่ไม่ยุติธรรม เเม้ว่าจะเป็นเงิน 1 ล้าน usd ก็ตาม เเต่พวกเขาจะเลือกที่จะหักหลังคนในกลุ่ม ละเมิดกฎหมายบางอย่าง หรือเเม้เเต่ทำสิ่งที่น่าขยะขเเยง เช่น กินหมาของตัวเองหลังจากที่มันตายเเล้วเพื่อเเลกกับเงิน

คนที่เป็นอนุรักษนิยม จะมีความลังเลน้อยกว่า พวกเขาจะเพิ่มจำนวนเงินเเทน ในสิ่งที่พวกเขามองว่ายากที่จะทำ       

งานวิจัยนี้มีขึ้นเพื่อที่จะบอกให้รู้ว่า คนที่มีความอนุรักษนิยม จะให้ความสำคัญต่อ กฏหมาย สถาบัน ประเพณี ศาสนา  พวกเขามองว่าประชาธิปไตยเป็นรูปเเบบ ที่จะทำให้สังคมมีระเบียบ

ส่วนฝ่ายเสรีนิยมจะให้ความสำคัญ ต่อบทบาทในสังคม พวกเขาต้องการเเน่ใจว่า คนที่อ่อนแอกว่าในสังคมจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ปลอดภัยจากอันตรายที่จะเกิดขึ้น จากมลพิษ หรือผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต จากองค์กรขนาดใหญ่ ที่ส่งมาให้เเก่กลุ่มคนรากหญ้า

พวกเขาต้องการชีวิตที่มี “ทางเลือก”

มันจะดีกว่าถ้าเราทำความเข้าใจเเนวคิดของทั้ง 2 ฝ่ายอย่างจริงจัง เเละหาวิธีปรับความเข้าใจกันจริงๆ เพราะเเต่ละฝ่ายก็มีข้อดี เเละมีความเชี่ยวชาญในด้านที่ต่างกัน

ถึงยังไง…ประเทศก็ต้องการทุกฝ่าย เพื่อพัฒนาประเทศ ให้มีความสงบสุข ปลอดภัยกับการใช้ชีวิตในวันนี้ เเละวันข้างหน้า                                                                     

เหมือนสวนที่ร่มรื่นนั้น ที่ทุกคนได้สร้าง เป็นสวนที่ทุกคนใช้ผ่อนคลาย เเละมีความสุข…กับการ “ได้ใช้ชีวิต” ไปด้วยกัน

 

Sources :

www.scientificamerican.com

www.businessinsider.com

ติดตามเพจ :

www.facebook.com/WeTheVaporTH

 

Advertisements

0 comments on “ความคิดในเเบบเสรีนิยม Vs อนุรักษนิยม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: