Recommended WeKnow

ทำไม “ความจริง” ไม่ชนะเสมอไป?

เราอาจจะใช้เวลาบนโลกมามากพอที่จะรู้ว่า…มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผลที่สุด เเท้จริงเเล้วเราตัดสินใจโดยใช้อารมณ์เป็นส่วนใหญ่เเทนที่ข้อเท็จจริง หลายๆครั้งการตัดสินใจของเรา มีจุดประสงค์เพื่อให้ตนเองมีชีวิตอยู่รอดในกลุ่มของตนเองเท่านั้น…

จุดเริ่มต้น?

ปัญหาก็คือ สมองของมนุษย์มีหน้าที่หลักคือ การหาหนทางให้ตนเองมีชีวิตรอด เเละไม่จำเป็นต้องพึ่งพาข้อเท็จจริงใดๆ ถ้ามันไม่ทำให้เรารู้สึก “ปลอดภัย” 

ดังนั้นสมองของเราจะตอบสนองได้ดีกว่าต่อระบบของสังคม ระบบของกลุ่ม ที่ตนเองอยู่ มากกว่า ข้อเท็จจริง ที่ได้วิเคราะห์มาเเล้วจากผู้เชี่ยวชาญ หรืองานวิจัยเป็นพันๆหน้า 

เพราะฉะนั้น “ปริมาณ” ของกลุ่ม จะมีอิทธิพลเพียงพอที่จะสร้าง “ชุดความคิด” หรือรูปแบบความจริงของตนเองขึ้นมา

ยกตัวอย่างเช่น มีคนเชื่อว่า เเท้จริงเเล้ว บารัค โอบามา เป็นคนมุสลิมที่เติบโตในเคนยา คนที่เชื่อในเเนวคิดนี้จะมองว่า ใบเเจ้งเกิดของเขาที่ระบุว่า…เขาเป็นคนที่เกิดในสหรัฐฯ เป็นสำเนาที่ถูกสร้างขึ้น เป็นของปลอม

หรือจะเป็นการตายของไมเคิ้ล เเจ๊คสัน ซึ่งถึงเเม้ว่าจะมีรูปออกมาพิสูจน์ถึงการตายของเขาเเค่ไหนก็ตาม คนที่ไม่เชื่อก็ยังคงไม่เชื่ออยู่ดี

เพราะฉะนั้น ข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวเลย กับความเชื่อของคนๆหนึ่ง เเต่จะเป็นเเนวคิดของคนกลุ่มนั้นๆมากกว่าที่มีอิทธิพล เหนือความรู้ใดๆ ซึ่งเราจะเห็นได้บ่อยๆตามเพจ ตามช่องในทีวี ที่มักจะอ้างว่าเป็นช่องของชาว…เพื่อชาว…โดยเฉพาะ  พวกเขาจะรู้สึกว่าแนวคิดในกลุ่มนั้นมีเหตุผลที่สุด และ “ปลอดภัย” ที่จะเชื่อ 

ถ้าคุณมีแนวคิดที่ขัดแย้งขึ้นมา คุณจะถูกแบ่งแยกออกไปโดยอัตโนมัติ และมันจะสร้างความรู้สึก “ไม่ปลอดภัย” ให้กับตัวคุณทันที

ลองจินตนาการว่าตัวเองปลอมตัวเป็นสายลับอยู่ในองค์กรก่อการร้ายที่รัฐบาลต้องการตัวที่สุดดู

คุณจะต้องระวังและระแวงอยู่ตลอดเวลา แต่ความรู้สึกนี้จะหายไป ต่อเมื่อคุณได้เข้าร่วมกลุ่มขององค์กรนั้นเเบบเต็มตัว ไม่ใช่แค่เพียงหน้าที่ แต่ต้องเป็นทั้งความคิดของคุณด้วย

บางทีคำกล่าวที่ว่า…ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย อาจเป็นเพียงเเค่คำปลอบใจ ที่มอบให้เเด่คนที่ต้องตายจากความจริงเท่านั้นเอง?

“สมองของเราจะปกป้องความเชื่อ และตัวตนของเราอัตโนมัติ…เมื่อความเชื่อถูกท้าทาย”

สมองในส่วนของ amygdala จะเตือนว่า นี่คือสัญญาณอันตราย ความไม่ปลอดภัยกำลังจะมาเยือนนะ นี่คือเหตุผลว่าทำไม บางคนถึงตอบโต้ออกมาอย่างรุนแรง เวลาที่มีคนเห็นต่างกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

ไม่เอา ไม่รู้ ไม่สน !!!

ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นถึง Backfire effect ซึ่งหมายถึงเวลาที่ตัวเองต้องเผชิญหน้ากับข้อเท็จจริงที่ต่างกับที่ตนเองเชื่อ พวกเขาจะยิ่งสร้างกำแพงให้หนาขึ้นเข้าไปอีก ทำให้ความเชื่อของตัวเองเป็นสิ่งที่ “เป็นจริง” ยิ่งเข้าไปอีก จึงเกิดเป็น “ความเพิกเฉยที่สมบูรณ์แบบ” คือการไม่ยอมรับแนวความคิดอะไรใดๆอีกต่อไป

มันจึงไม่เกี่ยวกับการใช้เหตุผลอีกต่อไป แต่จะเป็นเรื่องของการ แพ้ชนะแทน

คล้ายๆกับไฟไหม้ในกระทะร้อน มันเหมือนว่า…การเอาน้ำราดลงไปจะได้ผล แต่แท้จริงแล้ว มันยิ่งทำให้ไฟลุกลามเข้าไปใหญ่

“ท้ายที่สุดปัญหาของข้อขัดแย้งทั้งปวง คือการขาดความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน”

จากผลการศึกษาบอกว่าเวลาที่เราถูกแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มๆ เราจะมีความเห็นอกเห็นใจน้อยลงต่อกลุ่มอื่นๆที่ไม่ใช่กลุ่มของตน เป็นสัญชาตญาณแรกเริ่มของมนุษย์ ในการแบ่งเชื้อชาติ เเบ่งประเทศ แบ่งศาสนา แบ่งคนรวย-จน แบ่งคนฉลาด-ไม่ฉลาด ออกจากกัน เพื่อการแข่งขัน หรือแย่งชิงผลประโยชน์กัน

เป็นแนวคิดเดียวกันกับ ความรู้สึกชอบธรรม เป็นเหตุเป็นผล ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือ ระบบทาส ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง   

แล้วจะทำยังไงดี?

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าข้อเท็จจริงไม่สามารถเอาชนะทุกๆความเชื่อได้ในพริบตา และอีกอย่างข้อเท็จจริงที่ต่างออกไปมักจะอยู่ในรูปแบบของ “ศัตรู” เสมอ

 อย่างแรกที่คุณต้องทำคือการเข้าไปอยู่ในสังคม หรือในกลุ่มๆนั้น ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความปลอดภัย พยายามหาสิ่งที่ชอบ ที่เชื่อเหมือนๆกัน และเริ่มจากจุดนั้น  อะไรก็ตามที่ทำให้เราได้สื่อสารกันมากขึ้น และยืนยันว่าเราไม่ใช่ศัตรู

ต่อมาลองทบทวนความเชื่อของตนเองดูว่า มีบางอย่างที่เราอาจจะผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือเปล่า บางทีข้อเท็จจริงที่ถูกต้องอาจไม่ได้อยู่ข้างเราเสมอไป พยายามยอมรับว่า เราอาจจะผิดพลาดได้ และความผิดพลาดนั้นเป็นสิ่งที่โอเค

มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนความเชื่อของตัวเอง แต่การเรียนรู้ที่จะขจัดความลำเอียงในตนเองจะเป็นพื้นฐานแรกเริ่มที่จะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข พร้อมที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมในวันข้างหน้า ในแบบที่เราต่างก็ฝันไว้ “เหมือนๆกัน”

 

Source : Social Good Now

ติดตามเพจ :

www.facebook.com/WeTheVaporTH 

 

Advertisements

0 comments on “ทำไม “ความจริง” ไม่ชนะเสมอไป?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: