History

บรรพบุรุษของเรานี่ก็แปลกนะ ?

คนที่โตกว่าเราบางคนมักจะมีคำพูดที่ติดปากทำนองว่า พวกเขา “อาบน้ำร้อนมาก่อน” ย่อมรู้มากกว่า จนทำให้เราๆพูดไม่ออกหลายๆครั้ง เราเเน่นิ่งเพราะไม่รู้จะตอบโต้ยังไง หรือเเท้จริงเเล้วเราหาเหตุเเละผลเพื่อมาลบล้างความเชื่อเหล่านั้นไม่ได้ เเละเพียงพอที่จะทำให้คนเหล่านั้นเข้าใจ

ยุคสมัยต่างกัน วิธีการคิดย่อมต่างกัน  ลองมาดูพฤติกรรม เเละวิธีคิดแปลกๆของบรรพบุรุษเหล่านี้ ที่จะทำให้เรารู้ว่า…เราไม่จำเป็นต้องคิด หรือทำตามเเบบที่พวกเขาทำ…

 

Image source : Wikimedia Commons

การเเก้ปัญหา – เมื่อสามีภรรยาทะเลาะกัน

สมัยยุคกลางของเยอรมัน สามีเเละภรรยาที่มีข้อบาดหมางกัน ทะเลาะกัน เถียงกันจนไม่รู้ว่าใครถูกใครผิดกันเเน่ จะมีวิธีที่จะช่วยสงบอารมณ์ของทั้ง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายชายต้องนั่งอยู่ในหลุม แขนข้างหนึ่งจะถูกจับมัดส่วนอีกข้างถือไม้เอาไว้ตี ส่วนฝ่ายหญิงจะได้รับอนุญาตให้เคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นและสามารถใช้ก้อนหินที่ห่อด้วยผ้าเป็นอาวุธ ฝ่ายไหนชนะถือว่าฝ่ายนั้นถูก

Image source : ARCHIVE.ORG

ความยุติธรรม – การนำสัตว์ไปขึ้นศาล

ในช่วงยุคกลางไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่จะต้องขึ้นศาล แต่สัตว์ยังต้องได้รับการไต่สวนด้วย มีหลายๆคดีที่เกี่ยวกับแมว ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของเหล่าแม่มด รวมทั้งวัว ,ไก่ ศาลจะให้ความเป็นธรรมต่อสัตว์  พวกเขามองว่าการที่สัตว์ไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้เลยเป็นสิ่งที่ “ไม่เเฟร์” พวกมันอาจจะไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา หรือทำโดยไม่เจตนา หรือมีความสำนึกผิดจากการกระทำนั้น ผู้พิพากษาจะสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เหล่านั้นและนำมาพิจารณา

Image source : GETTY IMAGES

ความปลอดภัย – กรงเด็ก

คิดค้นขึ้นมาในปี 1922 เป็นที่นิยมมากๆในลอนดอน โดยความเชื่อที่ว่า เด็กๆต้องการสูดอากาศมากกว่าคนอื่นๆ เพื่อทำให้เลือดบริสุทธิ์ กรงเด็กจะต่อเข้ากับหน้าต่างที่อพาร์ทเม้นท์ เด็กๆจะอยู่ที่นั่นเพื่อรับอากาศเเละเเสงเเดด ในระหว่างที่เเม่ยุ่งระหว่างการทำความสะอาดบ้าน ในช่วงกลางของทศวรรษที่ 20 ความนิยมลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย

 

Image source : Wikimedia Commons

ความบันเทิง – ยอดนักเจาะ

ชายผู้นี้ คือ ศิลปินเเละนักออกเเบบชาวฮอนเเลนด์ Mirin Dajo มีชื่อเสียงมากๆในเรื่องเกี่ยวกับการเจาะ เเทงตัวเองด้วยดาบ เเละวัสดุอื่นๆโดยที่ไม่เป็นอันตรายใดๆ ผู้ชมจะได้ยินเสียงดาบนั้นเสียดสีกับกระดูก เเละทำให้พวกเขาช็อกไปตามๆกัน ซึ่งไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง ท้ายที่สุดเขาเสียชีวิตจากความพยายามที่จะกลืนเข็ม

Image source : Wikimedia Commons

กิจวัตรประจำวัน – หลับ 2 เวลา

ชาวยุโรปที่มีชีวิตอยู่ช่วงยุคกลางจะได้รับการฝึกฝนในสิ่งที่เรียกว่า biphasic sleep พวกเขาจะหลับในช่วงตะวันตกดิน 1 ครั้งจนถึงช่วงเที่ยงคืนจากนั้นพวกเขาก็ตื่นประมาณ 2-3 ชั่วโมงเพื่อที่จะสวดมนต์หรืออ่านหนังสือบางครั้งออกมาทำกิจกรรมหรือพบปะเพื่อนบ้าน หลังจากนั้นพวกเขาจะหลับเป็นครั้งที่ 2 จนถึงเช้า

 

Image source : Wikimedia Commons

ความรู้ – หินทำความสะอาด

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่มนุษย์จะคิดค้นกระดาษทิชชู ส่วนใหญ่พวกเขาจะใช้ใบไม้แทน หรือไม่ก็เปลือกข้าวโพด เปลือกมะพร้าว หนังแกะ  หรือใช้แค่น้ำเท่านั้น แต่ในยุคกรีกโบราณพวกเขาคิดว่าพวกเขาฉลาด เเละมีมุมมองที่ต่างออกไปจากที่อื่นๆ นั่นก็คือพวกเขาจะคำนึงเรื่องของสุขอนามัยเป็นหลัก พวกเขาจึงใช้ก้อนหินหรือไม่ก็ เศษหม้อที่เเตก ในการทำความสะอาดจุดจุดนั้นแทน

Image source :  Georges Jansoone

การเเสดงออก – ขวดเก็บน้ำตา

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร  นิยมมากๆในช่วงยุคโรมันพวกเขาจะเก็บน้ำตาไว้ในขวดแก้วเล็กๆแล้วก็ทิ้งไว้ที่หลุมศพเพื่อเป็นการเคารพและไว้อาลัย ผู้หญิงบางคนรับจ้างร้องไห้ เพราะขวดแก้วน้ำตานี้เป็นที่ต้องการมากๆในงานศพ คล้ายๆพวงหรีดในสมัยนี้

ทำเนียมเเบบนี้กลับมานิยมขึ้นอีกครั้งในช่วงยุควิตตอเรีย พวกเขาจะบรรจุไว้ในภาชนะพิเศษที่ป้องกันการระเหย เมื่อน้ำตาระเหยแห้งหมดแล้ว หมายถึงช่วงเวลาเเห่งความโศกเศร้าได้หมดลงเช่นกัน ในช่วงสมัยสงครามกลางเมืองที่สหรัฐฯ ( civil war ) ผู้หญิงจะเก็บน้ำตาไว้รอจนกว่าสามีของเธอจะกลับมา และก็จะนำมาโชว์สามี ว่าพวกเธอคิดถึงสามีมากแค่ไหน

Image source : Messor structor/Wikimedia

มุมมอง – ฟาร์มมด

ฟาร์มมดได้รับความนิยมมากๆในช่วง 1950s ไอเดียนี้เกิดจากการที่ Milton Levine เห็นฝูงมดตอนที่เขาออกไปปิกนิกในช่วงวันชาติ เขาจึงลองนำมาใส่ไว้ในพลาสติกและทำให้ดูเหมือนฟาร์ม คิดว่าผู้คนต้องสนุกเพลิดเพลินกับการได้สำรวจชีวิตของมดเเน่ๆ เเละตั้งชื่อมันว่าUncle Milton’s Ant Farm ซึ่งในนั้นจะประกอบด้วยสิ่งที่เรียกว่าทรายพิเศษ เเละหยดน้ำพิเศษ  เขาเอาผลิตภัณฑ์นี้ลงโฆษณาในราคา 1.98 USD ในหนังสือพิมพ์ ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมาก และมันได้ถูกขายไปมากกว่า 20 ล้านชิ้น 

Image source : James Cook University

ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ – การตายของลูซี่

ลูซี่ ถือเป็นเเบบฉบับของมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ที่พบได้ตามหน้าหนังสือเรียนหรือพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีเป็นอย่างดีในการศึกษาด้านวิวัฒนาการของมนุษย์

ถูกพบในปี 1974 ที่เอธิโอเปีย เป็นมนุษย์รุ่นแรกๆที่สามารถเดินหลังตรงได้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยดีเท่าไหร บ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม Bipedalism (สามารถเดินด้วยสองเท้า) มีวิวัฒนาการมาแล้วอย่างน้อย 3.18 ล้านปี กระดูกของลูซี่ถือว่าเป็นชิ้นส่วนที่สมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่เคยมีมาและชัดเจนอย่างยิ่งถึงสาเหตุการตายของเธอ

จากการศึกษาค้นคว้ามาหลายปีนักวิทยาศาสตร์พบว่าชิ้นส่วนกระดูกที่แตกหักบ่งบอกสาเหตุถึงสาเหตุการตายของเธอ คือ เป็นการตกจากที่สูง เหมือนว่าเธอนั้นตกลงมาจากต้นไม้ และรอยเเตกหักบ่งชี้ว่าเธอพยายามจะใช้แขนรองรับน้ำหนักขณะที่เธอกำลังตกลงมา บางทีเธออาจจะลืมตัวไปว่า…เธอได้ถูกวิวัฒนาการมาเเล้ว

 

Source : wikipedia

ติดตามเพจ :

www.facebook.com/WeTheVaporTH

Advertisements

0 comments on “บรรพบุรุษของเรานี่ก็แปลกนะ ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.