History

เกาหลี…ทางเลือกที่เเตกต่างกัน

บางคนเกิดทันในยุคที่เศรษฐกิจของไทยกับเกาหลีใต้นั้นสูสีกัน  ความสำเร็จของเกาหลีใต้ ไม่ได้เกิดจากการวางระบบ วางโครงสร้างจากทางรัฐบาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เเต่ยังมีวิธีคิดบางอย่างที่เป็นแบบ เกาหลีๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจของพวกเขาก้าวกระโดดถึงเพียงนี้

เพื่อให้เห็นภาพรวม เราต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด…

ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง หลายๆประเทศต้องสูญเสียประชากรไปนับล้านๆคนเพียงเพราะว่าพวกเขาคิดต่างจากเเนวคิดของกระเเสหลัก หรือผู้นำการปฏิวัติ เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในการปฏิวัติที่จีน ในช่วงปี 1945 -1949  คนที่เห็นต่าง จะต้องถูกฆ่า หรือไม่ ก็อพยพ ย้ายถิ่นฐานไปที่อื่น อย่างไม่เต็มใจ

ที่คาบสมุทรเกาหลีก็เช่นกัน สงครามเกาหลีเกิดจากเเนวความคิดที่ต่างกันสุดขั้ว ของเเนวคิดคอมมิวนิสต์ กับประชาธิปไตย โดยการเข้ามาของสหรัฐฯและสหภาพโซเวียต หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเเต่เดิมทีคาบสมุทรเกาหลีเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น  พอญี่ปุ่นพ่ายเเเพ้ ชาติมหาอำนาจทั้ง 2 จึงได้เข้ามา เเละเเบ่งประเทศออกเป็น 2 ซะเลยในปี 1953

จากนั้น เกิดการรุกล้ำดินเเดนกันไปมา บานปลายจนเกิดเป็นสงครามในที่สุด

คนเกาหลีต้องตายกว่า 2 ล้านคน จากสงครามที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ เกาหลีเหนือเลือกที่จะใช้ระบบคอมมิวนิสต์ ที่ได้รับการสนับสนุนหลักโดยจีน เเละสหภาพโซเวียต ผสมกับวัฒนธรรมในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ โดยมี  คิม อิล-ซ็อง ( Kim Il-song ) เป็นผู้นำ ถึงเเม้ว่าเขาจะพูดเกาหลีได้เพียงเล็กน้อยก็ตาม เนื่องจากเขาเติบโตในจีน

นอกจากนี้ เขายังได้เริ่มใช้งานศิลปะ เเละสื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือ ในการเชิดชูตัวเองเยี่ยงพระเจ้า 

ส่วนเกาหลีใต้เลือกรับระบบประชาธิปไตย เป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งเกาหลีเหนือดูเหมือนจะมีเศรษฐกิจที่ดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะ มีทั้งบริษัท โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ญี่ปุ่นได้วางโครงสร้างเอาไว้เป็นอย่างดี  ส่วนเกาหลีใต้ ยังคงเป็นพื้นที่ที่ทำเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาได้รับการสนับสนุนด้านอาหาร จากทางสหรัฐฯ เเละชาติยุโรป

หลายสิบปีผ่านไป เกาหลีใต้ก้าวกระโดด ทางด้านเศรษฐกิจ ผู้คนหันมาคลั่งไคล้ไอดอลเกาหลี เยี่ยงสมมุติเจ้า ส่วนเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ ยังคงเเน่นิ่งเหมือนยุคสงครามโลกไม่มีผิด  ผู้คนคลั่งในตัวผู้นำไม่ต่างจากศิลปิน K-POP เช่นกัน ต่างกันตรงที่ เหล่าแฟนๆเหล่านั้นต้องอดอยาก บางส่วนล้มตาย เนื่องจากการบริหารประเทศที่ล้มเหลว  ท้ายที่สุด ประชากรส่วนหนึ่งต้องดิ้นรนหนีออกนอกประเทศไม่ต่างจาก กลุ่มคนจีนที่เห็นต่างในช่วงปฏิวัติ เเต่อะไรละที่ทำให้เกาหลีใต้ก้าวกระโดดถึงเพียงนี้ ?

The Bodo League Massacre คือการสังหารหมู่ในยุคที่ พัก-ช๊อง ฮี ดำรงตำแหน่งอยู่ อ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ มีผู้เสียชีวิตกว่า 2 เเสนคน / Image Source : Blogspot

1960 เกาหลีใต้ยังคงเป็นประเทศที่จนแบบสุดๆ ซึ่งแย่ยิ่งกว่าประเทศพม่า,กาบอง หรือ ซิมบับเวในสมัยนั้น เเต่พอปี 1961 หลังจากการประท้วงมาเเล้วหลายครั้ง พัก-ช๊อง ฮี ( Park Chung-hee ) เข้ามาทำรัฐประหารได้สำเร็จ ซึ่งนี่คือครั้งแรกที่ผู้นำทหารได้เข้ามามีอำนาจในเกาหลีใต้ เเละ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

27  ปีต่อมา พบว่ามีการปฏิวัติถึง 3 ครั้ง แล้วแต่ละครั้งคือการใช้ความรุนแรงทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

ระบบเศรษฐกิจการค้าเสรีเเบบ “พัก-ช๊อง ฮี ” ได้เกิดขึ้น เเต่มันต่างจากการค้าเสรีแบบประเทศอื่นๆตรงที่ พวกเขาจะให้เสรีในการค้าเพียงครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง เป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจพอในการควบคุมอุตสาหกรรมต่างๆในเกาหลีใต้ได้ ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ ได้เเก่เจ้าของ Samsung เเละ LG ในปัจจุบัน  เท่ากับว่ารัฐบาลตัดสินใจเสี่ยงให้คนเหล่านี้ มากุมอำนาจเศรษฐกิจ เเบบตามใจชอบ ในทุกๆด้านได้อย่างเสรี ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจหรอก ถ้าจะมีการประท้วงหรือปฏิวัติออกมาเรื่อยๆ เเละ พัก-ช๊อง ฮี ก็โดนลอบสังหารในท้ายที่สุด เเต่ก่อนหน้านั้น เขาได้ออกมาอธิบายถึงเเนวคิดนี้ได้อย่างน่าสนใจว่า…

ถ้าเราอ่อนแอ ประเทศเราก็จะเเย่ เพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น เราต้องพัฒนา ส่วนที่เป็นจุดเเข็งของเรา

ในการค้าเสรีกับต่างประเทศ พวกเขาจะกำหนดเพดานภาษีที่ต่างกันไปในเเต่ละประเทศ เเละเอาภาษีเหล่านั้นเก็บไว้เพื่อใช้ในการลงทุน ของอุตสาหกรรมในประเทศ เเละเอื้อประโยชน์ ต่อกลุ่มที่พอจะเเข่งขันกับต่างประเทศได้ เช่น Lotte , Hyundai ซึ่งต้องใช้เเรงงานจำนวนมาก เเละมีโรงงานอุตสากรรมขนาดใหญ่  

อาณาจักรแชโบล ( Chaebol )

จินตนาการว่าคุณเป็นคนเกาหลีฯคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัท Samsung   คุณตื่นขึ้นมาในห้อง ที่ก่อสร้างโดยบริษัท CyT ที่เป็นบริษัทหนึ่งในเครือ Samsung เช็คมือถือ Samsung galaxy ของคุณ ปิดแอร์ Samsung inverter ขับรถออกจากที่พักด้วยรถ Renault รถที่ถูกผลิตโดยโรงงานของ Samsung  เเล้วอยู่ๆ มีรถมาชนคุณ คุณจึงโทรไปหาบริษัทประกัน ที่เป็นของ Samsung ด้วยเช่นกัน เเละนี่คือเเนวคิดเศรษฐกิจเเบบแชโบล  ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำอะไร คุณจะหนีมันไม่พ้น

เเชโบลคือการรวมตัวกันของหลายๆบริษัท ราว 100 บริษัท ที่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากรัฐบาล เช่น Hyundai , Samsung , Lotte , Korean Air , CJ Group , SK  ซึ่งช่วงเเรกๆส่วนใหญ่เป็นเหมือนบริษัทครอบครัว จนบริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เเตกเเขนงออกไปในหลายๆกิจการ ครอบคลุมทุกๆอิริยาบถของคนเกาหลีใต้ ตั้งเเต่เครื่องบินยันร้านเบเกอรี่เล็กๆ  สิ่งสำคัญที่สุดที่กลุ่มบริษัทเหล่านี้ทำได้ดีก็คือ พวกเขาจะมีการปรับตัวเเละเรียนรู้กับเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว 

Innovative Culture

เกาหลีใต้ทำคะเเนนได้ดีเป็นลำดับต้นมาโดยตลอดในข้อสอบ PISA(การสอบที่เน้นการประยุกต์ใช้ ไม่ใช่การท่องจำ) เเละจริงจังมากในการเรียน การติวหนังสือตั้งเเต่ 9 โมง ถึงเวลา 4 ทุ่ม เป็นเรื่องปกติ แต่อีกด้านหนึ่ง อัตราการฆ่าตัวตายของนักเรียนก็อยู่ในลำดับต้นๆของโลกเช่นกัน  เเข่งขันกันสูงรวมไปถึง “หน้าตา”  ผู้ปกครองมักจะให้ของขวัญหลังจากที่ลูกสอบเข้ามหาลัยได้ เป็นเงินที่จะเอาไปใช้ในการทำศัลยกรรม ด้วยวัฒนธรรมที่ “ตรงไปตรงมา” พวกเขาไม่รีรอที่จะไปทำศัลยกรรมเพราะรู้ข้อเท็จจริงที่ว่า “ใครๆก็ชอบคนหน้าตาดีกันทั้งนั้น” ซึ่งเหมือนเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่เห็นผลได้ชัดเจนที่สุด    

ตั้งเเต่เเรกเริ่ม “แชโบล” รู้ดีว่าพวกเขาต้องการพนักงานที่มีศักยภาพสูง “มาก”ที่จะเข้ามาทำงาน ดังนั้นพวกเขาจึงออกเเบบระบบการศึกษาให้ตรงตามการทำงานของเเต่ละบริษัทในกลุ่มแชโบล นั้นเท่ากับว่า นักเรียนจะถูกปลูกฝังไปด้วยว่า เมื่อพวกเขาจบมา พวกเขา “ต้อง” ไปทำงานในกลุ่มเเชโบลให้ได้ 

ผู้คนเคารพเเละเกรงกลัวกลุ่มบริษัทเหล่านี้มากๆ ทำให้หลายๆคนไม่กล้าที่จะเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง เพราะรู้ดีว่า คู่เเข่งของเขาคือกลุ่มเเชโบล ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาล พวกเขาจึงเลิกล้มความคิดนี้  เเละตั้งความฝันสูงสุดไว้ที่การได้เข้าไปทำงานในกลุ่มเเชโบลเหล่านั้นเเทน ซึ่งอาจจะยากพอๆกันด้วยซ้ำ

กลุ่มเเชโบลต้องใช้เงินมหาศาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเช่นกัน ซึ่งถึงเเม้ว่าพวกเขาจะขายสินค้าได้จำนวนมาก เเต่มันก็อาจไม่คุ้มเงินที่ได้ลงทุนเสมอไป อีกทั้งปัญหา คอรัปชั่นภายใน ที่ยังคงเป็นปัญหาที่เเก้ไม่ตก

Coupang เป็น Start-up ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของเกาหลี มูลค่าราว 5 ล้านล้าน USD ให้บริการซื้อของส่งของคล้าย Lasada /Image source : http://www.businesskorea.co.kr

New Generation

คนเกาหลีใต้หลายๆคนได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ พวกเขากลับมาด้วยแนวความคิดใหม่ๆ บางส่วนเข้าไปทำงานในกลุ่มเเชโบล  เเต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่มีความกล้าพอที่จะเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ทำให้เเนวคิดที่สดใหม่เเละทันสมัยเหล่านั้น ทำให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้เปลี่ยนไปในทิศทางดีขึ้น กว้างขึ้น  กลุ่ม Startup เติบโตขึ้นเป็นกลไกสำคัญ ซึ่งทางเดียวที่กลุ่ม Startup จะอยู่รอดได้ คือพวกเขาจะต้องมองถึงตลาดระดับโลก 

เเม้ว่ากลุ่ม Startup เเละบริษัทเล็กๆ จะประสบปัญหาในการที่รัฐบาลไม่สนับสนุนพวกเขาเท่าที่ควร  มีบริษัท Startup ไม่ถึง 50 % ที่อยู่รอดใน 3 ปีเเรก มีการประท้วงจากกลุ่มบริษัทเล็กๆตามท้องถนน ที่มีให้เห็นจนชินตา

เเชโบลอาจทำให้เกาหลีใต้เติบโตเเบบก้าวกระโดดจริง เเต่ดูยังไง ระบบนี้มันก็ดูก้ำกึ่งเหลือเกิน ว่ามันจะเป็นระบบ “รัฐเอกชน” หรือ ระบบ “มาเฟีย” อย่างไหนกันเเน่  ถึงเเม้ว่าคนเกาหลีฯจะเป็นคน “ตรงไปตรงมา” เเค่ไหน เเต่นี่คือข้อเท็จจริงที่พวกเขาไม่ค่อยอยากพูดถึงมากนัก กลายเป็นประะเด็นต้องห้ามในการถกเถียง คล้ายๆบางเรื่องในประเทศเรา

เเต่ถึงอย่างไรการวางโครงสร้างของระบบการศึกษาที่ดี  จะไม่ทำให้ให้พวกเขา “ขาดเเคลน” เเรงงานที่มีคุณภาพสูง กลุ่ม Startup ยังคงต้องการคนที่มีศักยภาพสูงเข้ามาทำงานอีก เพียงเเต่คนรุ่นใหม่ๆเหล่านั้น จะต้องเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เลิกตั้งความฝันสูงสุดในการเข้าไปร่วมงานกับกลุ่มเเชโบล หันมาสนใจในกลุ่มบริษัทเล็กๆเเทน ซึ่งมันไม่ง่ายเลยในความเป็นจริง 

 

Sources  : VisualPolitik , Arirang news

Advertisements

0 comments on “เกาหลี…ทางเลือกที่เเตกต่างกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.